วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2562

น้ำมันปลา

  กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ถือว่าเป็นสารอาหารที่สำคัญยิ่งต่อร่างกาย โดยเฉพาะกรดไขมันชนิดโอเมก้า-3 ซึ่งส่วนใหญ่กรดไขมันชนิดนี้ พบได้ในไขมันจากสัตว์   เช่น น้ำมันปลา ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งของธรรมชาติที่พบมากและมีคุณภาพดี ปัจจุบันมีความสนใจทางการแพทย์เกี่ยวกับกรดไขมันโอเมก้า-3 จากน้ำมันปลาเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆโดยเริ่มจากข้อมูลที่ว่าชาวเอสกิโมมีเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตันต่ำ เมื่อศึกษาถึงโภชนาการจึงพบว่าอาหารที่ชาวเอสกิโมรับประทานในชีวิตประจำวันคือปลาและแมวน้ำซึ่งเป็นแหล่งที่มีโอเมก้า-3 ปริมาณสูงปัจจุบันจึงมีการยืนยันทางการแพทย์ถึงประโยชน์ที่สำคัญของกรดโอเมก้า-3 ต่อร่างกายในการลดความเสี่ยง หรือป้องกันการเกิดโรคต่างๆ เช่น
1.โรคหัวใจและโรคสมองขาดเลือด
2. ช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดลดความดันโลหิต
3. ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของข้อเสื่อม ข้อรูมาตอยด์
4. ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันความเสื่อมของสมอง โรคซึมเศร้าและบำรุงสายตา
5. บรรเทาอาการของโรคผิวหนังบางชนิดเช่นสะเก็ดเงิน  โรคเรื้อนกวาง
6. ป้องกันหรือบรรเทาโรคหอบหืด
7. ปวดไมเกรน
8. เบาหวาน
น้ำมันปลาเป็นสารอาหารประเภทไขมันซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันในกลุ่ม Omega-3  (Polyunsaturated  fatty  Acid) ซึ่งมีกรดไขมันที่สำคัญอยู่ 2 ชนิดคือ
1. EPA (Eicosapentaenoic Acid) กรดไขมัน EPA มีส่วนช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด  ป้องกันไขมันอุดตันหลอดเลือด  ป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือด  ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุในการเกิดโรคหัวใจและสมองอุดตัน  นอกจากนั้นยังมีส่วนช่วยบรรเทาอาการข้อเสื่อม  ข้อรูมาตอยด์ได้เช่นกัน
2.DHA (Docosahexaenoic Acid) กรดไขมัน DHA มีบทบาทที่สำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาสมองและสายตา  ช่วยเสริมสร้างและป้องกันความเสื่อมของสมองการเรียนรู้และความจำ รวมถึงระบบสายตา ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ🐟

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น