วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562

โรคกระดูกพรุน

   โรคกระดูกพรุนคืออะไร 
    โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่เกิดจากความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง ซึ่งมีผลมาจากการที่โครงสร้างภายในของกระดูก ถูกทำลายหรือเกิดการสลายตัวจนทำให้เนื้อกระดูกมีลักษณะเป็นรูปพรุนคล้ายฟองน้ำเรียกลักษณะเช่นนี้ว่าภาวะ "กระดูกพรุน" ซึ่งจะมีผลทำให้กระดูกส่วนต่างๆมีโอกาสแตกหักได้ ง่ายกว่าภาวะปกติโดยเฉพาะบริเวณ กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพกและกระดูกข้อมือ 
    ในทุกวันร่างกายของเราจะมีกระบวนการสร้างมวลกระดูกใหม่ และสลายมวลกระดูกที่หมดอายุออกไปตลอดเวลา  โดยที่ผู้หญิงจะสูญเสียเนื้อกระดูกมากกว่าผู้ชายถึง 2-3 เท่าเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้นโดยในช่วงอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป หรือในช่วงวัยหมดประจำเดือน พบว่าปริมาณเนื้อกระดูกของคนวัยนี้ จะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับคนวัยอื่น ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายซึ่งส่งผลต่ออัตราการสลายกระดูกการที่ปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงจากภาวะวัยหมดประจำเดือน ส่งผลให้มีการเร่งอัตราการสลายของมวลกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูกใหม่ทำให้ปริมาณมวลกระดูกลดลงและโครงสร้างภายในของกระดูกถูกทำลายจนเกิดเป็นโรคกระดูกพรุนในที่สุด
สารอาหารสำหรับบำรุงกระดูกได้แก่
     1.แคลเซี่ยม ในวัยผู้ใหญ่ที่อายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ควรรับประทานแคลเซี่ยมให้ได้ 800 ถึง 1000 มิลลิกรัมต่อวัน แคลเซี่ยมเป็นแร่ธาตุที่มีมากที่สุดเป็นอันดับสามในร่างกายหน้าที่ของแคลเซี่ยม คือ ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ป้องกันภาวะกระดูกพรุน แหล่งอาหารที่อุดมด้วยแคลเซี่ยมได้แก่ นม โยเกิร์ต ถั่วเหลือง
    2.แมกนีเซียม มีส่วนสำคัญในการผลิตพลังงาน  สร้างโปรตีน  และช่วยการหดตัวของกล้ามเนื้อ  ซึ่งพบมากในถั่วต่างๆ ธัญพืชแป้ง และอาหารทะเล
     3.ทองแดง แมงกานิส  สังกะสี  แร่ธาตุที่กล่าวมานี้จะเข้ามาช่วยในการทำงานของเอนไซม์ในกลไกการสร้างกระดูก และช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกสันหลังโดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งแหล่งอาหารที่อุดมด้วยแร่ธาตุเหล่านี้  ได้แก่  ถั่วเมล็ดแห้งถั่วลันเตา ธัญพืช ผักใบเขียวและอาหารทะเล
     4.สารสกัดจมูกถั่วเหลือง  ที่อุดมไปด้วยไอโซฟลาโวน  มีผลต่อความแข็งแรงของกระดูกโดยตรง และช่วยลดการเกิดโรคกระดูกพรุนได้  พบได้จากผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้  นมถั่วเหลือง  เป็นต้น 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น